เที่ยวพิพิธภัณฑ์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

Rabbit​ Weekend เสาร์-อาทิตย์ทำอะไรดี คราวนี้พาเพื่อนๆ ย้อนวันวานไปกับ ประวัติศาตร์ของ รัชกาลที่ 7 กันสักหน่อย ณ พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โอ๊ะๆ แค่พูดกลิ่นอายความเก่าแก่ก็มาแล้ว

ด้วยความที่เป็นวันเสาร์อ่ะเนอะ ก็อยากออกไปเดินเล่น แต่ไม่ร้อน และไม่อยากเดินห้างเพราะคนเยอะ (เรื่องมากไปอี๊กกก)​ ผมเลยค้นหาอยู่นานว่าที่ไหนตอบโจทย์ความเยอะแบบนี้บ้าง จนนึกขึ้นได้ว่าวันก่อนขับรถผ่านแถว ผ่านฟ้า เจออาคารหลังนึงสวยงามมาก แถมเปิดให้เข้าชมฟรี ด้วย สุดท้ายจึงมาลงเอยอยู่ที่นี่แหละครับ …หน้า พิพิธภัณฑ์พระปกเกล้าฯ นั่นเอง

อาคารพิพิธภัณฑ์มีความสวยโดดเด่นสะดุดตามาก เดิมเป็นห้างยอนแซมป์สัน แอนด์ซัน ซึ่งเป็นสาขาร้านจำหน่ายผ้าตัดเสื้อ รองเท้า รวมทั้งอานม้าที่มีชื่อเสียงในย่านบอนด์สตรีท กรุงลอนดอน ได้ขยายสาขามาตั้งในเมืองไทย ตามคำชักชวนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ให้กรมพระคลังข้างที่ ลงทุนก่อสร้างอาคารแห่งนี้ เพื่อให้ห้างนี้เช่าเป็นสำนักงานใหญ่โดยเฉพาะ

อาคารเริ่มสร้างในปี พ.ศ. 2449 ออกแบบโดย ชาร์ล เบเกอแลง สถาปนิกชาวฝรั่งเศส-สวิส อาคารมี 3 ชั้น เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอคลาสสิค มีหอคอยยอดโดมตกแต่งลายปูนปั้นแบบกรีกโรมัน สร้างเสร็จในปี 2455 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 6 ปี

เมื่อสร้างเสร็จห้างยอนแซมป์สันได้ทำสัญญาเช่าทั้งหมด 15 ปี ภายหลังห้างยอนแซมป์สันได้เลิกกิจการไป กรมพระคลังข้างที่ได้ให้หลวงไมตรีวานิช (เฉลิม ยอดมณี) เช่าอาคารหลังนี้เป็นที่ทำการของห้าง สุธาดิลก จำหน่ายวัสดุก่อสร้างและเครื่องสุขภัณฑ์สมัยใหม่ รวมทั้งตะเกียงเจ้าพายุ เครื่องแก้ว และรถสามล้อ เมื่อหมดสัญญาเช่า ปี พ.ศ. 2478 กรมโยธาธิการ กระทรวงมหาดไทย ได้ขอเช่าเป็นที่ทำการของกรม ปี พ.ศ. 2538 กรมศิลปากรจึงได้ขึ้นทะเบียนอาคารและที่ดินเป็นพื้นที่โบราณสถาน

กรมโยธาธิการได้เช่าอาคารแห่งนี้จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จนถึง พ.ศ. 2544 จึงได้มอบสิทธิการเช่าให้แก่สถาบันพระปกเกล้า เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2544 เพื่อใช้เป็นที่ตั้งพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

พอเดินเข้ามาด้านในจะพบว่า… แอร์เย็นมาก (ผ่าม! ไม่ใช่ล้าววว) แต่จะบอกว่าอาคารเขาจะมีห้องจัดแสดงอยู่ 3 ชั้น ผมเริ่มจากเดินชั้นแรกไล่ขึ้นไปด้านบนนะครับ และเมื่อสักครู่แอบเห็นว่ามีกลุ่มนักเรียนมาทัศนศึกษากันด้วย ถ้าน้องๆ นักเรียน-นักศึกษาคนไหน อยากจะเข้ามาค้นคว้าหาข้อมูลกันเป็นกลุ่มสามารถติดต่อที่เบอร์ 02-280-3413-5 นะครับ เผื่อเขาจะมีวิทยากรจัดเตรียมให้ (ปล. ทำไมรู้น่ะเหรอ… พอดีเห็นในโบชัวร์เขาบอกมาน่ะ ผ่าม!!!)

ห้องจัดแสดงชั้นที่ 1

เดินเข้ามาปุ้บจะเจอห้องจัดแสดงเกี่ยวกับพระราชประวัติ-พระราชกรณียกิจ ของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี เลยครับ ที่ชอบมากสุด คือ โซนที่จัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ส่วนพระองค์ เพราะรู้สึกเหมือนได้ย้อนอดีตไปยุคนั้นจริงๆ ฟีลเหมือนอะไรที่เราสามารถเห็นได้ด้วยตา สามารถจับต้องได้จริง ก็จะเห็นภาพประมาณนั้นเลยครับ

เอ๊ะ! ชุดแบบนี้คุ้นๆ กันมั้ยเอ่ย

เหมือนแฟชั่นยุคนั้นจะกลับมาแล้วนะเนี่ย

ลองเปลี่ยนบรรยากาศจากอ่านในตำรา

มาสัมผัสของจริงแบบนี้ก็ดีไปอีกแบบนะครับ

เดินชมโซนด้านหน้าจนครบ ก็จะเจอห้องโถงจัดแสดงเกี่ยวกับหนังสือส่วนพระองค์ และหนังสือที่ท่านทรงโปรด

มีหนังสือเก่าแก่เพียบเลย บางเล่มหนามาก

ภาพป้ายบรรณสิทธิ์ หรือป้ายที่แสดงความเป็นเจ้าของหนังสือ ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ห้องจัดแสดงชั้นที่ 2

คราวนี้เราไปดูชั้น 2 กันบ้าง โดยชั้นนี้จะเป็นส่วนแสดงพระราชประวัติของ ร.7

ตั้งแต่ท่านเสด็จขึ้นครองราชย์ จนเสด็จสวรรคตเลยครับ

โดยส่วนตัวผมชอบที่จะเดินดูเรื่องราวการศึกษา ผนวช และด้านกีฬาของพระองค์ครับ

เพราะอย่างที่บอก เห็นแล้วเหมือนย้อนวันวานจริงๆ

ห้องจัดแสดงชั้นที่ 3

ถ้าใครมาที่นี่แล้วไม่ได้เดินขึ้นมาถึงชั้น 3 ถือว่าพลาดมากบอกเลย

เพราะรู้สึกว่ามนต์ขลัง และเสน่ห์อยู่ที่ห้องจัดแสดงวังศุโขทัยเต็มๆ เลยแหละ

ตอนนี้หลายคนอาจจะคิ้วขมวดกับชื่อห้องจัด คือห้องนี้จะเป็นเรื่องราวช่วงที่ท่านประทับในขณะครองราชสมบัติอยู่นั่นเอง

แปลนวังเก่าแก่มากๆ

ข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์

เดินชมของใช้ไปแล้ว งั้นมาดูบริเวณแสดงฉลองพระองค์ในกิจต่างๆ บ้างดีกว่า

ของบางอย่างก็หาชมได้ยาก ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นเลย

ดูแปลกตาสุดๆ เป็นอะไรที่คุ้มค่ามากๆ ครับ

โอโห ธนบัตรในสมัยนั้นมี แบงค์ 1 บาทด้วย

ส่วนตรงนี้จะเป็นโมเดลแบบจำลองสะพานพระพุทธยอดฟ้า

เห็นว่าในสมัยนั้น สะพานสามารถยกเปิดให้เรือผ่านได้ด้วยนะ

นอกจากนี้ยังมีส่วนจัดแสดงปฐมบรมราชานุสรณ์

ของที่ระลึกที่จัดทำขึ้นในพระราชพิธีฉลองพระนคร 150 ปีให้เราได้ชมกันด้วย จะอยู่ด้านข้างๆ เลย

ศาลาเฉลิมกรุง

นับว่าเป็นอีกส่วนที่ตื่นตาตื่นใจดี เพราะเขาจัดบรรยากาศรอบๆ ให้ดูเหมือนโรงหนังสมัยก่อนเลย

ที่สำคัญยังมีรถเข็นขายป็อปคอร์นเป็นพร็อพด้วย

นั่งพักดูหนังกันหน่อยมั้ย

มาถึงโซนสุดท้ายแล้ว ถ้าใครผ่านมาแถวนี้ก็อย่าลืมแวะเข้ามาชมกันนะครับ

นอกจากจะได้ความรู้แล้ว ยังมีร่องรอยในอดีตทิ้งเอาไว้ให้เราได้ชมเยอะมากๆ

ที่สำคัญอาคารแห่งนี้ถือได้ว่าสวยงามและเก่าแก่สุดๆ (เป็นความชอบส่วนตัวผมเลย)

ภาพจดหมายสละพระราชสมบัติ

 


พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

วัน-เวลาทำการ 

เปิดทุกวัน 9.00 น. – 16.00 น. (ยกเว้นวันจันทร์ วันปีใหม่ และวันสงกรานต์)

ค่าเข้าชม

ค่าเข้าชมฟรี แต่ถ้าจะมาเป็นกลุ่ม หรือหมู่คณะจะต้องติดต่อล่วงหน้า

Website

http://www.kingprajadhipokmuseum.com/

การเดินทาง

อยู่แยกผ่านฟ้า รถเมล : สาย 2 / 15 /44 /47 / 59 / 60 / 79 / 163 / 511

เรือโดยสารคลองแสนแสบ ขึ้นสะพานผ่านฟ้าฯ

แผนที่

https://goo.gl/maps/nNJdrHeYjeA2